| ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะลเและชายฝั่ง
กรมทรัพยาการทางทะเลและชายฝั่ง
ในช่วงต้นฤดูหนาวของทุกปี บริเวณปากแม่น้ำบางปะกงจะพบโลมาเข้ามาหากิน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาดุกทะเล ซึ่งเป้นอาหารโปรดของโลมา จะชุกชุมมากหลังช่วงฤดูฝน
ต่อกับต้นฤดูหนาว โลมาจะว่ายเข้ามาในปากแม่น้ำ และทะลเข้างเคียงในระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธุ์
จนทำให้ปากแม่น้ำบางปะกงกลายเป็นจุดท่องเที่ยวอีก แห่งที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก
นอกจากนี้ป่าชายเลนบริเวณนี้ยังมีความสมบูรณ์ และยังมีเกาะนก ที่มีนกนานา
ชนิดมาอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 50 ชนิดให้เราได้ความสวยงามกันด้วย
โลมาที่พบเห็นได้ในบริเวณนี้:
|
โลมาอิรวดี
(Irrawaddy Dolphin)
โลมาอิรวดี มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Orcaella Brevirostris จัดอยู่ในวงศ์
Delphinidea มีลักษณะเด่นคือหัวค่อนข้างกลมไม่มีจะงอยปาก ซึ่งต่างจาก
โลมาอีกหลายชนิด สีลำตัวไปตั้งแต่สีน้ำเงิน,เทาเข้ม,จนถึงน้ำเงินจาง
โลมาชนิด นี้จะรวมกลุ่ม เช่นเดียวกับโลมาในมหาสมุทร แม้ว่าโลมาบางตัวสามารถอาศัยได้
ในแม่น้ำที่จืดสนิทก็ตาม เช่นที่พบได้ในแม่น้ำคงคา ประเทศอินเดีย
โลมาอิรวดีมีลักษณะเด่นที่ครีบหลังรูปทรงสามเหลี่ยมขนาดเล็กปลายมน
พบใน ตำแหน่งที่ห่างจากจุดกึ่งกลางลำ ตัวค่อนไปทางหาง เป็นโลมาขนาดเล็กที่ปกติ
ว่าน้ำค่อนข้างช้า และอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ เมื่อพิจารณาลักษณะภายนอกแล้วโลมา
อิรวดีมีรูปร่างคล้ายกับวาฬบาลูก้าและยังมีรูปทรงคล้ายคลึงกับโลามาหัวบาตร
|
Click ดูรูปใหญ่ |
หรือโลมาไม่มี ครีบหลัง (Finless
Dolphin) ซึ่งมีหัวกลมมนคล้ายกัน ทำให้บางครั้งมีความสับสนขึ้น แต่ที่จำง่ายๆก็คือ
โลมาอิรวดีมี ครีบบนหลัง 1 อัน โลมาพันธุ์นี้มีฟันแหลมอยู่บนขากรรไกรบนจำนวนเต็มที่
40 ซี่ และจำนวน 36 ซี่ อยู่บนขากรรไกรล่าง
อุปนิสัยของโลมาอิรวดีชอบอยู่เป็นฝูงเล็ก
แต่ละฝูงมีจำนวน 6 ตัวหรือน้อยกว่า ไม่ชอบปรากฎตัวให้เห็นตามผิว น้ำทะเล
แต่จะชอบโผล่หัวขึ้นมาที่ระดับผิวน้ำจนบางงครั้งได้ชื่อว่า Spyhopping
บางทีนี่อาจเป็นอาการที่ทำ เพื่อให้สามารถมองเห็นได้รอบตัว ไม่ชอบว่ายน้ำเล่นคู่กับเรือ
บางครั้งช่วยเหลือชาวประมงบ้างก็โดยว่าน้ำไล่ฝูง ปลาให้ไปติดอวนของชาวประมง
ที่น่ารักคือค่อนข้างขี้อาย และหลบซ่อนตัว ความยาวของโลมาตัวเต็มวัยอยู่ที่
2.1-2.6 เมตร น้ำหนักระหว่าง 90-150 กิโลกรัม ลูกเกิดใหม่จะมีขนาดประมาณ
1 เมตร น้ำหนัก 12 กิโลหรือมากกว่า
อาหารของโลมาเหล่านี้คือปลากุ้ง และปลาหมึก เรามักพบโลมาชนิดนี้อาศัยอยู่บริเวณน้ำตื้นชายฝั่งในเขตร้อน
และเขตกึ่งร้อนของมาหาสมุทรอินเดีย และแปซิฟิกรอบหมู่เกาะประเทศอินโดนีเซีย
ตอนเหนือของออสเตรเลีย และทะเลในเอเซียตะวันตกเฉียงใต้ใกล้ชายฝั่ง
โดยเฉพาะปากแม่น้ำ เช่น ม.บางปะกง ทะเลสาบสงขลา ม.เจ้าพระยา เป็นต้น
โลมาหลังโหนก
(Humpback Dolphin)
มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Sousa Chinensis จัดอยู่ในวงศ์ Dolphinidea
โลมาชนิดนี้พบได้ทั่วไปตามชาย ฝั่งมหาสมุรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ จึงได้ชื่อสามััญว่า
Indo-Pacific humpback dolphin
เป็นที่น่าสังเกตุ ว่าโลมาหลังโหนกมีสีเปลี่ยนแปลงจากสีเหลืองจนถึงสีชมพู
บางครั้งเป็นสีขาวหรือสีเทาแต่สีที่ ท้องส่วนมากจะ เป็นส่วนที่มีสีจางที่สุด
ลักณะทั่วไปของโลมาชนิดนี้คล้ายคลึงกับโลมาปากขวดทั่วไป ยิ่งมีอายุมาก
เท่าไหร่สีก็จะ จางลงเรื่อยๆ โคนครีบหลังเป็นฐานกว้างโค้งลงด้านหลัง
บางครั้งอาจพบว่าฐานครีบมีความกว้างถึง 1/3 ของ ความยาวลำตัวทีเดียว
 |
ในทะเลเราสามารถสังเกตุโลมาชนิดนี้ได้จากลำตัวที่บึกบึน
กลมยาว สีท้องขาวบนหลังฐานครีบเป็นโหนก ขนาดปกติของโลมาที่โตเต็ม
วัยจะมีความยาว 2-2.8 เมตร หนัก 150-200 กิโลกรัม ลูกโลมาที่
เกิดใหม่จะยาวประมาณ 1 เมตร หนัก 25 กิโลกรัม |
อุปนิสัยการว่ายน้ำของโลมาชนิดนี้จะเป็นไปอย่างช้าๆ
ไม่ชอบเล่นคลื่นที่หัวเรือ แต่ชอบเล่นในอากาศ เช่น ตีน้ำด้วยหาง หรือโผล่หัว
ชอบตะแคงแล้วใช้ครีบว่ายน้ำ แม้จะเป็นปลาโลมาที่ระแวดระวังเรือ แต่ก็สามารถเข้า
ฝูงกับปลาชนิด อื่นได้ดี โดยเฉพาะโลมาปากขวด
อาหารกินปลาเป็นหลัก
โลมาหลังโหนกแพร่กระจายอยู่ทั่วไป แต่้ดูเหมือนว่ามันจะชอบที่จะอาศัยอยู่ตามชายฝั่งของทะเลเขตร้อนในมหา
สมุทรอินเดียและแปซิฟิก ที่มีความบึกไม่เกิน 20 เมตร ในบางครั้งเราอาจพบเห็นมันเข้าไปอาศัยตามทะเลสาบ
ปากแม่น้ำ บึงและแนวปะการัง จากรายงานการศึกษาพบว่า โลมาชนิดนี้มีประชาการ
2 กลุ่ม แยกกันโดยเกาะ สุมาตรา คือกลุ่มทางตะวันตกที่มีไขมันบริเวณโหนกมาก
และกลุ่มทางตะวันออก ที่มีไขมันบริเวณโหนกน้อยหรือมี แต่เห็นไม่ชัด
จำนวนประชากรยังไม่ทราบชัดเจน แต่ก็กำลังถูกคุกคามโดยมลภาวะทางเคมี
ความขาดแคลนอาหาร ตามธรรมชาติ หรือแม้แต่อันตรายของเครื่องมือประมง
แนวการพบเห็นโลมาบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง
| สิ่งที่ควรทำในการดูโลมา
! |
1. เมื่อเข้าใกล้ฝูงโลมา ควรเคลื่อนเรือให้ช้าที่สุด
เบาเครื่อง
2. รักษาระยะห่าง ไมควรเข้าใกล้เกิน 30 เมตร
3. ไม่ควรนำเรือเข้าฝ่ากลางฝูงปลาโลมา หรือไล่โลมา
4. ไม่ควรนำเรือไปดักหน้า หรือขวางหน้าฝูงปลาโลมา
5. ไม่ควรเร่งเครื่องเรือ หรือเร่งความเร็วกระทันหัน
6. ไม่ควรให้อาหารโลมา เพราะจะทำให้นิสัยการกินอาหารเปลี่ยนไป
และอาจขาดธาตุอาหารที่จำเป็นได้
7. ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโลมาจากแผ่นพับเพื่อให้ได้รับความรู้เพิ่มขึ้น
|
| การบริหารการชมโลมา
! |
1. กำหนดจำนวนเรือที่ไปดูโลมาในแต่ละครั้ง
2. ระวังการทำให้เกิดเสียงใต้น้ำ
3. ไม่ควรดูโลมานานเกินไป ควรจัดเวลาเผื่อเรือลำอื่นด้วย
4. ผูกเรือกับทุ่นที่เตรียมไว้ เพื่อลดการเกิดเสียงและการเอาเรือวิ่งไล่โลมา |
| การช่วยกันอนุรักษ์โลมา
! |
1. บันทึกวันที่ เวลา สถานที่ๆพบ
2. จำนวนตัวในฝูง ขนาดหัวถึงหาง และจำนวนลูก
3. ลักษณะเด่นของครีบหลัง วาดเก็บไว้ด้วย
4. รูปร่างลักษณะของลำตัว
5. สีและลายตามลำตัว
6. พฤติกรรมการว่ายน้ำ ดำน้ำ
7. สภาพอากาศและน้ำ |
ติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะลเและชายฝั่ง กรมทรัพยาการทางทะเลและชายฝั่ง
โทร 0-2298-2590, 0-2298-2143
www.dmcr.go.th
Panda
31 /10/05
|