คาดว่านี่คงเป็นคำถามในใจหลายๆคนที่คิดจะเริ่มต้นกับกิจกรรมการดำน้ำ
อย่างเช่นจะเรียนกับใคร,ต้องมีค่า ใช้้จ่ายเท่าไหร่ หรือต้องเรียนอะไรบ้าง
ถึงจะดำน้ำได้อย่างสนุกและปลอดภัย แวะอ่านหน้านี้เราอาจไข ข้อสงสัยของคุณได
้สถาบันที่ให้การรับรองในประเทศไทย
ในปัจจุบันเราจะเห็นว่ามี
2 สถาบันใหญ่ๆ(จริงๆมีมากกว่านี้นะครับ) ที่จัดหลักสูตรสอนดำน้ำที่เป็นมาตรฐาน
และสามารถนำบัตรหรือใบประกาศ
(Certification- Card) ไปแสดงเพื่อยืนยันว่าผู้ืถือ
บัตรนั้นมีทักษะเพียง
พอที่จะลงดำน้ำได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานของหลักสูตรที่ได้สำเร็จมา
สถาบันที่ว่านี้ ก็คือ
PADI (Professional
Association of Diving Instructors)
NAUI
( National Association of Underwater Instructors)
โดยรวมแล้วหลักสูตรการสอนของทั้ง 2 ที่ั้นั้นอาจแตกต่างกันบ้างใน
บางรายละเอียดซึ่งต้องยอมรับว่าใน ประเทศไทยนั้นมีโรงเรียน หรือสถาบันที่ใช้หลักสูตรของ
PADI แพร่หลายกว่า เราจึงขอแนะ นำว่าไม่ว่าคุณ จะเลือกเรียนดำน้ำกับที่ไหน
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสถาบันและครูที่ทำการสอนจะต้องมีใบอณุญาติที่ถูกต้อง
หลักสูตรการดำน้ำในเบื้องต้น
และมืออาชีพ (PADI Course)
การเรียนดำน้ำตามหลักสูตรของ PADI
นั้นเป็นการดำน้ำเบื้องต้นเพื่อการพักผ่อน (Recreational Diving)
ซึ่งยังแบ่งย่อยหลักสูตรเป็นการเรียนในระดับความชำนาญต่างๆ ซึ่งเราสรุปมาให้เข้าใจกันง่ายๆ
ดังนี้ครับ

| Open-water
Diver |
สามารถดำน้ำเพื่อการพักผ่อนได้้อย่างปลอดภัยกับ
Buddy ในระยะความ ลีกไม่เกิน 18 เมตร |
| Advanced
Open Water Diver |
สามารถดำน้ำในสภาพและเงื่อนไขการดำน้ำเพิ่มเติม
โดยที่ผู้เรียนจะได้ รับการฝึกทักษะ อีก 7 ทักษะ (บังคับเรียนอย่างน้อย
3 ทักษะ)
1. Deep Dive
2. Nevigation (ใช้เข็มทิศ)
3. Altitude (การดำน้ำในที่สูง)
4. Night Dive
5. Driff Dive (ดำในกระแสน้ำ)
6. Peak Performance (การ จัดการลอยตัว)
7. Project Aware (เรียนรู้ชนิดของปลา) |
| Rescue
Diver |
จะสามารถให้ความช่วยเหลือและปฐมพยาบาลเบื้องต้น
รวมทั้งป้องกัน การเกิดอุบัติเหตุได้ (ต้องผ่านการฝึกฝนวิธีการปฐมพยาบาล
หรือ EFR: Emergency First Response ก่อน) |
| Dive
Master |
ต้องเรียนรู้การจัดการการดำน้ำ
การวางแผนกิจกรรมการดำน้ำ และความรู้ สำหรับการเป็นนักดำน้ำมืออาชีพ
โดยที่ผูู้้เรียนควรมีประวัติการดำน้ำ อย่างน้อย 60 dives เมื่อเรียนจบ |
| Instructor |
หากต้องการ
turn pros หลังจากจบ DiveMaster คุณต้องเข้ารับการ อบรมหลักสูตรInstructor
Development Course หรือ IDC ซึ่งถ้าไม่เข้ารับการสอบขั้นสุดท้าย
(IE) คุณก็จะได้เป็น Assistance Instructor และสามารถเข้ารับการสอบได้ในภายหลังเพื่อขึ้นเป็น
Instructor |
ส่วนจะำต้องเรียนกันไปถึงระดับไหนกันนั้นก็สุดแต่ความมานะและความต้องการของแต่ละคน
หากคุณไม่ต้อง การทำเป็นอาชีพล่ะก็ เรียนแค่ Open Water Diving ก็พอครับ
แต่ถ้าคุณคิดจะ้ไป ดำน้ำต่างประเทศ เช่น Maldive ล่ะก็ เราแนะนำให้คุณเรียนจนถึงขั้น
Advance น่าจะดีกว่า เนื่องจาก Dive Site หลายๆที่นั้น ลึกเกิน 18
เมตร และที่เมืองนอกเขาค่อนข้างจะเข้มงวด กับระดับใบอณุญาติที่เราถือครับ
สำหรับนักดำน้ำที่เรียนเพื่อขึ้นเป็นมืออาชีพนั้น PADI จะคิดค่า member
fee เป็นรายปีด้วย (ตั้งแต่ Divemaster ขึ้นไป) !!!
| |
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
เราจะขอพูดถึงค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นเท่านั้น
เนื่อง จากนี่คงเป็นคำถาม หนักอกสำหรับผู้ที่อยากดำน้ำจำนวนไม่น้อย
โดยเฉลี่ยแล้วคุณ สามารถหาร้านที่สอนดำน้ำหรือครูสอนดำน้ำได้ในราคาตั้งแต่
6,000 ถึง 15,000 บาท ซึ่งค่าเรียนนั้นควรรวมถึง ค่าใช้จ่ายดังต่อ
ไปนี้ (ควรสอบถามให้แน่ชัดตั้งแต่แรกครับ จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง) |
ค่าเรียนควรรวม..
ค่าเรียนทฤษฎี และ ภาคปฏิบัติในสระว่ายน้ำ
ค่าสถานที่ (สระว่ายน้ำ)
ค่าตำรา (บางที่อาจขอให้คุณซื้อตำรา)
ค่าเช่าอุปกรณ์
ค่าออกสอบภาคปฏิบัติในทะเล เช่า ค่าเรือ, ค่าเช่าอุปกรณ์, ค่าที่พัก
(ส่วนนี้หลายๆร้านมักจะคิดแยก เนื่องจากนักเรียนแต่ละคนอาจจะสะดวกไป
Certify ในที่ต่างๆกันไป)
ระยะเวลาในการเรียน
โดยส่วนใหญ่แล้วหลักสูตร Open
Water จะใช้เวลาเรียนภาคทฤษฎี และปฏิบัติ ประมาณ 4-5 ครั้ง ครั้งละ
3 ชม. ที่นี้จะจบเร็วหรือช้า ก็ขึ้นอยู่กับว่านักเรียนสามาารถมาเรียนได้อย่างต่อเนื่องแค่ไหนครับ
รวมถึงการออก สอบในทะเลอีก 2 วันครับ เพราะตามหลักสูตรของ PADI แล้ว
กำหนดให้นักเรียนต้องผ่านการสอบภาค ปฏิบัติในทะเล 4 dives
 |
ต้องซื้ออุปกรณ์อะไรบ้าง
?
ก่อนอื่นมารู้กันก่อน ว่าอุปกรณ์ใดบ้างที่จำเป็นต่อการดำน้ำแบบ
SCUBA
Mask
Snorkel
Fins
Wet Suite
BCDs (Bouyancy
Compensating Devices)
Regurator
ถุงมือ / รองเท้า
อุปกรณ์เสริมความปลอดภัย
เช่น มีด ไฟฉาย |
แล้วต้องซื้ออะไรบ้างล่ะ
เมื่อต้องการจะเริ่มเรียนดำน้ำ
?
เราขอตอบว่าจริงๆ แล้วคุณยังไม่ควรซื้ออะไรเลย
เมื่อเริ่มเรียนดำนำ้ช่วงแรกๆ ด้วนเหตุผลต่อไปนี้
อุปกรณ์ทุกชิ้น เราขอบอกเลยว่าไม่ถูกครับ
หยิบจับอะไรก็เป็นหลัก 1,000 หลัก 10,000 เอาง่ายๆ
การซื้ออุปกรณ์ต่างๆ หลังจากคุณเรียนหรือเริ่มดำน้ำจนชำนาญไปพักหนึ่งแล้ว
จะช่วยให้รู้ว่าเราอยากได้ อุปกรณ์ แบบไหนจะได้ไม่เสียดายตางค์ในภายหลัง
อุปกรณ์เกือบทุกชิ้นนั้นต้องการการดูแลเอาใจใส่
เพราะฉะนั้นหากคุณไม่อยากแบกอุปกรณ์ไปมา, ล้าง อุปกรณ์ หรือหากคุณไม่ได้ดำน้ำบ่อยครั้งนักล่ะ
ก็เช่าๆเขาไปก่อนน่าจะดีกว่านะครับ
เมื่อแน่ใจว่าคุณชอบการดำน้ำ
และอยากมีอุปกรณ์เป็นของตนเองล่ะ ?
ถ้าแน่ใจอย่างนั้น ลองเริ่มซื้อจากอุปกรณ์ชิ้นเล็ก
ราคาย่อมเยาว์ อย่างพวก Mask, Snorkel และ Wet Suite ดูก่อน เพราะต่อให้ไม่ได้ดำ
SCUBA คุณก็ยังเอา ของพวกนี้ไปใช้ในการดำน้ำแบบ Skin Dive ได้ ส่วนพวกอุปกรณ์ราคาแพง
อย่างพวก BCDs กับ Regurator เราแนะนำให้ขอคำปรึกษาจากผู้รู้ เช่น
Instructor จะดีกว่าเพื่อที่คุณจะได้ ้ซื้ออุปกรณ์ ดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม
|