-------Sipadan
นั้นเป็นแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก
ในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ความหลากหลายของสัตว์ ทะเล และที่สำคัญความสวยงามของ
dive site ปัจจุบันทางรัฐบาลมาเลเซียไม่อนุญาตให้มีการพักค้างแรมบนเกาะ
สิปาดัน และจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปบนเกาะ เพื่อปรับปรุงและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมบนเกาะ
และใต้น้ำ
|
การพักค้างแรมเพื่อดำน้ำ บริเวณโดยรอบเกาะสิปาดันจึงเหมาะที่จะพัก
ที่เกาะ Mabul หรือที่ Kapalai ซึ่งทั้งสอง ที่ก็มีรีสอร์ทและ
dive center ระดับห้าดาว คอยบริการนักท่องเที่ยวอยู่ครับ
ก่อนอื่นต้องขอ เกริ่นถึงความพิเศษของเกาะสิปาดันกันก่อน
เกาะสิปาดันนั้นมีสภาพ เหมือนเป็นกองปะการังขนาดใหญ่ กองยกตัวสูงจากพื้นมหาสมุทรถึง
600 เมตร ดังนั้นแนวชายหาดของเกาะจึงเป็นแนว drop off ที่แบ่ง
แยกให้เห็นได้อย่างชัดเจนเรียกได้ว่าเดินลุยน้ำระดับหน้าแข้งอยู่ดีๆ
ก็ อาจเดินตก drop off ลึก 600 เมตรกันได้เลยครับ |
|
การเดินทางไปมาบูล
(Mabul Island) เพื่อไปดำน้ำที่สิปาดัน
การเดินทางไปมาบูลนั้นต้องไปลงเรือที่ท่าเรือที่
Semporna ซึ่งสนามบินที่ใกล้ที่สุดที่เราจะลงได้นั้นอยู่ที่เืมืองตาเวา
(Tawau) ซึ่งไม่มี direct flight ไปถึง ต้องนั่งเครื่องไปลงที่กัวลาลัมเปอร์
หรือที่โคตาคินาบาลู โดยเราจะเลือก บินสายการบินราคาถูกอย่างแอร์เอเซีย
หรือบินสบายๆแบบมาเลเซียแอร์ไลน์ก็ได้ครับ
 |
หากเราเลือกบินสายการบินแอร์เอเซีย
สนามบินที่เราจะไปลงที่ KL จะไม่ใช่สนามบินนานาชาติ KLIA ที่ใหญ่โตสวย
งามอีกต่อไปแล้วนะ ครับ แต่เราจะต้องไปลงที่ LCCT หรือ Low
Cost Terminal ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติส่วนตัวของแอร์เอเซียโดยเฉพาะ
ซึ่งหลายๆ คนกังวลว่ามัีนจะเจริญเหมือน KLIA หรือเปล่า? ไม่ต้องกังวลครับ
เพราะหากเรามีเวลารอต่อเครื่องนานพอ คุณสามารถนั่งรถบัสไปเดิน
เล่นกินขนมชมความเจริญที่ KLIA ได้ด้วยราคา แค่ 20 บาท นั่งรถ
ประมาณ 15 นาทีครับ จริงๆมีรถไปลงที่ KL Central ด้วยราคา
9.5 ริงกิดแต่เสียเวลาครับ ถ้ามีเวลาไม่นานพอไม่คุ้มที่จะนั่งรถเข้าไป |
แต่จริงๆในสนามบิน LCCT ก็มีของกินร้านค้าให้เดินเล่นนะครับ
แต่สำรวจมาแล้วราคาแพงกว่า KLIA นิดหน่อย แต่ดีตรงมีร้านอาหารมาเลราคาถูกอยู่
1 ร้าน อาหารชุดราคา 12 ริงกิด (ประมาณ 120 บาท) แต่เติมน้ำได้ไม่อั้น
เหมาะมากสำหรับการนั่งรอเครื่องนานๆ อ้อ..ที่นี่มี McDonald และ
Coffee Bean ด้วยครับ
 |
เมื่อเราไปถึงตาเวา
รถจาก Sipadan Mabul Resort ก็มารอรับเรา อยู่แล้ว นั่งรถจากตาเวาไป
Semporna กินเวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง ขาไปนี้ไปถึงดึก เลยมองไม่เห็นสภาพบ้านเมืองของเขาเลย
กว่าจะมาถึง โรงแรม Seafest ที่ต้องค้าง 1 คืนก่อนลงเรือไป
Sipadan ในเช้า ตรู่วันรุ่งขึ้นก็ปาเข้าไป 5 ทุ่มกว่า ดีที่ร้านอาหารริมทะเลของโรงแรม
ยังไม่ปิดเลยฝากท้องไปได้ 1 มื้อ อาหารร้านนี้ดีครับ ราคาถูก
และอร่อย ถูกปากคนไทย ข้าวผัดจานละ 60 บาทใหญ่ แบบกินได้ 2
คนเลยครับ แนะนำหมี่หุนต้มยำ เป็นต้มยำใส่หัวหอมใหญ่ ขิง อร่อยดีครับทาน
แล้วสบายท้องดีใส่กุ้งสดตัวใหญ่มาให้เต็มจานเลยครับ |
ตื่นเช้ามากินข้าวเช้า (รวมอยู่ใน
Package ครับ) แบบบุฟเฟ่ต์เสร็จก็ลงเรือ Speed boat ขนาดใหญ่ข้ามไปเกาะ
มาบูล ซึ่งกินเวลาประมาณ 45 นาทีครับ เรือวิ่งเร็วมาก ผมนั่งหลังเรืองี้หน้าชา...ทำฟันได้เลยครับ
T_T

ชีวิตที่
Sipadan Mabul Resort
เมื่อเรือวิ่งเข้ามาใกล้บริเวณเกาะมาบูล เราก็ต้องตกตะลึงกับความใสของน้ำ
เพราะตลอดทางที่เรือวิ่งเข้าหาท่าเรือ ประมาณเกือบ 300 เมตรนั้นมองเห็นแนวหิน
แนวปะการังชัดมากเลยครับ ส่วนของ drop off กับส่วนแนวน้ำตื้นสีตัด
กันสวยงามมากๆ แต่ที่ต้องตกตะลึงยิ่งกว่าคงเป็นระดับความเร็วของเรือ
ที่ไม่มีท่าทีว่าจะลดความเร็วลงเลย เวลาวิ่งผ่า เข้าไปกลางกองหิน
๐_O;
 |
สะพานท่าเรือของรีสอร์ทตั้งเด่นตัดกับสีท้องฟ้าใสปิ๊ง
แดดที่นี่แีรงมาก ครับ ถ้าไม่ทา Sunblock แล้วออกไปยืนเย้ยฟ้าท้าแดดอาจกลายเป็น
ปลาหมึกตากแห้งเอาได้ง่ายๆ ที่ Lobby พนักงานที่นั่นรอเราอยู่พร้อม
welcome drink เป็นน้ำมะม่วง (SunQuick ผสม) แก้วใหญ่ Dive
master ที่จะเข้ามาดูแลกลุ่มเราตลอดการดำน้ำที่นี่ 4 วันจะ
เข้ามาจัดการดูแลทุกอย่าง ตั้งแต่กระเป๋า, ห้องพักไปจนถึงการเซ็นต์
เอกสารต่างๆ ที่นี่เข้มงวดเรื่องบัตรดำน้ำมากดังนั้นห้ามลืมเด็ดขาด
ครับ Dive computer ต้องมีทุกคนนะครับ
ต้องขอชมอย่างหนึ่งว่า การจัดการที่นี่ดีมากๆ ทั้งการจัดพื้นที่
บริเวณ Lobby และ Dive Center |
ซึ่ง lobby นี้จะกลายเป็นที่สังสรรของบรรดานักดำน้ำของทั้งโรงแรม
เป็นทั้งที่กินข้าว พักผ่อน เขียน log book และbrief การดำน้ำครับ
 |
อาหารที่นี่เสริฟแบบหนักๆ
3 มื้อ คือเช้า กลางวัน และเย็น ระหว่างมื้อ จะมีขนมปัง ชา
กาแฟ น้ำผลไม้ น้ำเปล่าเสริฟไว้ตลอด อ้อ..สาวกน้ำ อัดลมทั้งหลายต้องซื้อทานเองนะครับไม่มีในบุฟเฟ่ต์
ตกกระป๋องละ 40 บาท อาหารมีบริการถึง 5 ทุ่ม แขกที่พักสามารถรองน้ำผลไม้และ
น้ำดื่มใส่กระติกที่เตีรยมไว้ในห้องกลับไปกินที่ห้องพักได้ครับ
บ้านพักที่นี่เป็นบังกาโลหลังเล็กๆ มีทั้งแบบบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวมี
แอร์ครับแต่บางห้องจะไม่มีตู้เย็น ทีวีต้องไปดูในห้องนั่งเล่นรวมซึ่ง
พวกผมไม่เคยได้ไปดูเลย เพราะกว่าจะดำน้ำเสร็จลงมาทานข้าวนั่งคุย
กันก็ดึกแล้วทุกที ก็ดีครับเป็นการพักผ่อนที่ผ่อนคลายจริงๆ |
ดำน้ำที่
Sipadan-Mabul
หากมาเป็นกลุ่มใหญ่ (6 คนขึ้นไป) เราจะได้เรือและ staff ประจำเป็นของเรา
ซึ่งเขาจะ set ตารางการดำน้ำเอาไว้ให้ เราตั้งแต่วันแรก ด้วยความที่จุดดำน้ำที่นี่เยอะมาก
ขนาดรีสอร์ทเต็ม เรายังเจอเรือแค่ประมาณ 2 ลำต่อ 1 dive site เองครับ
และทีมงานก็จะพยายามไม่พานักดำน้ำไปชนกันหลายลำในที่เดียวกันด้วย
ดังนั้นหากต้องการไปดำที่ไหน เป็นพิเศษ เราควรบอก
DM ล่วงหน้า ตั้งแต่วันแรก เขาจะได้จัดคิวให้ถูกครับ หากเราไปกันคนน้อย
เราสามารถไปลง ชื่อในตารางของเรือที่จะไปดำน้ำในจุดที่เราจะไปได้วันต่อวันครับ
แต่ควรปรึกษา DM ก่อนเพราะจะได้แพลนถูกว่า ควรไปที่ไหนก่อนดี
แผนการดำน้ำที่ดีควรเลือกดำจุดตื้นคือ Mabul+Kapalai
สลับกับการไป Sipadan ครับ Dive profile จะได้สวยๆ ดำน้ำได้นาน ไม่ต้องรำคาญเสียง
dive computer ไล่ขึ้นเวลาดำน้ำ
Package ของที่นี่รวมการดำน้ำวันละ 3 boat
dive ส่วนการดำน้ำที่ artificial reef จะเป็นการดำแบบ unlimit ครับ
free ทั้ง day dive และ night dive อยากลงตอนไหนก็ไปแจ้ง dm ของเราก่อนเค้าจะได้ขนอุปกรณ์เรา
ไปวางเตรียมเอาไว้ให้ครับ ส่วน night dive ที่อื่นๆต้องจ่ายเพิ่มอีก
50 ริงกิด/dive
|
|
|
บ้านพักแบบ
chalet |
Lobby |
water
Bangalow |
Hi-Light
กับการดำน้ำที่ Sipadan, Mabul และ Kapalai
การดำน้ำที่นี่มีหลากหลายรูปแบบการดำน้ำมากครับ ทั้ง Mug Diving,
Wall Diving, และการดำน้ำแบบสบายๆ เรามาดูัดีกว่าว่้าที่ไหนมีอะไรต้องดูบ้าง
Sipadan - ที่ต้องเห็นให้ได้นอกจากเต่าที่มีอยู่อย่างดาษดื่นแล้ว
ก็คือการดู Baracuda Cyclone ที่ South Point ครับ โอกาสเห็นมีสูงแต่ก็ต้องแล้วแต่ดวงเหมือนกัน
นอกจากนั้นก็ยังมีการตื่นแต่เช้าไปลงดำน้ำตอนพระอาทิตย์ ขึ้น เพื่อไปดูปลานกแก้วหัวโหนกออกจากที่นอนนับร้อย
แต่ละตัวใหญ่เกินเมตรทั้งนั้นครับ อบกได้เลยว่าคุ้มค่าแก่การตื่น
แต่เช้ามากๆ ส่วนฉลามอย่าง Black tip และ White tip นี่มีให้เห็นกันว่อนเหมือนปลากลางน้ำทั่วไปเลยครับ
Mabul - Dive site ที่นี่มี 2 แบบ ด้านหนึ่งเป็น
Drop Off ส่วนอีกด้านเป็นแนวทรายครับ ส่วนที่เป็นแนว wall เรียกว่า
Lobster wall ซึ่งเต็มไปด้วย Lobster ตัวโตเ้หมือนชื่อ มีปะการังอ่อนสีเหลืองแจ๋นห้อยเป็นพวงเต็มผนัง
สวยงามมากๆครับ ส่วน House reef ของที่นี่ก็ได้รับการพัฒนาเป็น Artificial
reef ที่ใหญ่กว่าที่คิดมากครับ ทางโรงแรมเอาต้นมะพร้าวบ้าง เศษไม้บ้างมาต่อเป็นลักษณะของนั่งร้านสูงประมาณตึก
3 ชั้น อลังการมากๆอย่าดูถูก ว่าเป็นปะการังเทียมแล้วจะไม่มีอะไรดูนะครับ
เพราะผมดำ night dive ที่นี่เจอปลานกแก้วหัวโหนกมาแอบนอนในนี้ ด้วยน้า๐_O
ปลาเล็กปลาน้อยก็สวยมาก หาดีๆจะเจอปลากบ และทากสวยงามมากมายครับ
อ้อ..ถ้าอยากดู Mandarin Mating ก็บอก DM ที่รีสอร์ทให้พามาลง night
dive ที่จุดดู madarin mate ได้ครับ
Kapalai - ที่ Kapalai เน้นการดูสัตว์แปล และสัตว์ตัวเล็กครับ
พวกปลากบ, leaf fish, nudibrance สวยๆเพียบ, Flathead crocodilefish
ที่นี่ตัวใหญ่มากครับ 75 cm ได้ หรือจะเป็นตัวจิ๋วอย่าง Pygmy Seahorse
ก็มีครับ เกาะนี้จริงๆแล้วเป็นแค่เกาะเล็กๆครับเล็กกว่ามาบูลมาก
ปัจจุบันเป็นมี Kapalai Resort ซึ่ง เป็น water bangalow เพียงแห่งเดียวที่เป็นสิ่งก่อสร้างให้เราพักอาศัย
กินพื้นที่เต็มบริเวณของแนวเกาะเลย ครับ เก๋ดี!! ไม่มีพื้นดินให้เหยียบกันเลย
|
|
|
Lobster Wall |
artificial
reef |
Sipadan |
|
|
|
|
เห็น
drop off ชัดๆ |
Lobby ของ Kapalai
Resort |
อีกมุมนึง |
Dive
Map:
Click ที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ได้เลยครับ
|
|
|
Mabul
Island |
Sipadan
Island |
Kapalai |
Photo
Gallery:
Click ดูที่นี่เลยครับ 
----------การดำน้ำที่
Sipadan นับว่าคุ้มค่าแก่การไปมากครับ จะให้ดีหาทางไปอยู่ให้ถึง
6 วันดำ จะไปได้ทั่วถึงกว่า 4 วันดำ ช่วงที่เหมาะกับการดำน้ำที่นี่คือช่วงเมษาครับเพราะมีวันหยุดเยอะสุด
แถมแดดดีสุดด้วยถ่ายรูปสวย แต่จริงๆ ก็ดำได้ เกือบทั้งปีครับ ใครอยากเก็บความประทับใจกลับมา
ทางรีสอร์ทก็มีบริการถ่าย VDO ด้วยนะครับราคาพอไหว หารกันหลายๆคนก็ตกคนละพันต้นๆ
ได้ DVD เก๋กลับบ้านไป 1 แผ่น
ยังไงก็หาโอกาสไปกันซักครั้งนะครับ...Very Recommend !!