มารู้จักเจ้าแสง UV กันดีกว่า

สงแดด และรังสี UV เป็นสิ่งที่เราๆนักดำน้ำไม่สามารถหลกเลี่ยงได้ และยิ่งการอยู่ในน้ำเย็นๆด้วยแล้ว ทำให้พวกเราไม่รู้สึกร้อนเหมือนถูกแดดเผา หลายๆคนโดยเฉพาะผู้ชายเลยไม่ค่อยระวังตัวและทาครีมกันแดดกันอย่างเพียงพอ บางคนอาจจะคิดว่าอันตรายจากรังสี UV จะเห็นชัดในเฉพาะกลุ่มคนที่มีผิวสีอ่อน อย่างโซนยุโรป แต่จริงๆแล้วในเมืองไทยก็เริ่มมีการพบมะเร็งผิวหนังมากขึ้นแล้วนะครับ คงเป็นเพราะโลกเราร้อนขึ้น รังสีแรงขึ้นแหงๆ T_T การป้องกันตัวเองจากอันตรายของรังสี UV จึงสำคัญมาก ก่อนอื่นเรามารู้จักรังสี UV กันก่อนดีกว่า

จากรูปจะเห็นว่ารังสีที่ส่องลงมายังพื้นผิวโลกแบบเต็มนั้นมี 2 ชนิด นั่นคือ UVA และ UVB ซึ่งมีค่าความถี่ แตกต่างกัน ผลกระทบต่อผิวหนังของมนุษย์ก็ไม่เท่ากัน เรามาดูการเจาะทำลายเซลล์ผิวของรังสี ทั้ง 2 ชนิดกันง่ายๆดังนี้

รังสี UVA: รังสีคลื่นยาวที่เจาะลึกลงสู่ใต้ผิว ผ่านไปยังผิว หนังชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดอันตรายต่อโครง สร้างเนื้อเยื่อ เส้นใย อิลาสตินและคอนลาเจน ส่งผลให้ผิวหนังดำคล้ำหม่นหมอง เหี่ยวย่น และก่อให้เกิดมะเร็ง ผิวหนังได้ในระยะยาว 
รังสี UVB: รังสีคลื่นสั้นที่จะถูกดูดซับ และกระจายตัวอยู่ บริเวณผิวชั้นบน ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวหนังอย่างเฉียบพลัน เพราะ จะทำให้ผิวหนังปรากฏอาการไหม้แดด เซลล์ผิวมีลักษณะที่หนา ผิดปกติ และอาจกลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้ในที่สุด 
ดังนั้นสารกันแดดที่ดีจึงจำเป็นต้องกรอง หรือดูดซับหรือสะท้อน รังสีได้ทั้ง 2 ชนิด

สารกันแดดที่ดีควรเป็นอย่างไร?
1. ควรมีคุณสมบัติปกป้องผิวได้ดีทั้งรังสี UVA และ UVB 
2. เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในส่วนของโลกที่ได้รับรังสี UV ค่อนข้างสูง จึงควรใช้ครีมกันแดด จริงๆอยากบอกว่า ทุกวันอย่างน้อยที่ ค่า SPF15 ขึ้นไป 
3. เพื่อปกป้องเต็มประสิทธิภาพ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ป้องกันแสงแดดที่มีคุณสมบัติป้องกัน ได้ทั้งเหงื่อ และน้ำ 
4. สารกันแดดภายในผลิตภัณฑ์ควรมีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติ เพื่อความปลอดภัยต่อผิว 
5. เนื้อผลิตภัณฑ์ควรละเอียดเบา ทาแล้วแนบเนียนผิว ไม่มีส่วนผสมของสาร PABA ซึ่งหลายๆคนเกิดอาการ ระคายเคืองได้ง่าย

SPF และ PA .. คืออะไรค่ามาตรฐานกรองกั้นรังสี ? 
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าค่า SPF คือค่าบอกระดับการป้องกันรังสี UVB เท่านั้น แต่ตอนหลัง มีการสิจัยแล้ว พบว่ารังสี UVA ก็ทำร้ายผิวเราพอกัน แต่ก็ไม่มีการตั้ง rate วัดระดับการป้องกันขึ้นมาแน่นอน ต่อมาจึงกำหนด ให้ใชคำว่า PVA ขึ้นมา สรุปแล้วก็คือ
SPF หรือ Sun Protection Factor เท่ากับค่าแสดงประสิทธิภาพของการปกป้องผิวจากแสงแดด และกรองกั้นอันตรายจากรังสี UVB ที่เป็นสาเหตุของความไหม้เกรียม ผิวหนังไหม้แดดจากสภาพผิวปกติ เช่น ถ้าสภาพผิวปกติสามารถอยู่ท่ามกลางแสงแดดได้นาน 15 นาที ถึงจะเกิดอาการไหม้แดด ดังนั้น การใช้ครีมป้องกัน แสงแดดที่มีค่า SPF 15 จะสามารถปกป้องผิวให้ อยู่ท่ามกลางแสงแดดได้นานเพิ่มขึ้นเป็น 15 เท่าคือจาก 15 นาที เป็น 225 นาที หรือ 3 ชม. 45 นาที และควรทาซ้ำอย่างต่อเนื่องในกรณีที่ร่างการผลิตเหงื่อออกมามาก 
PA หรือ Protection UVA คือ ค่ามาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อแสดงประสิทธิภาพการปกป้องผิว จากอันตรายของรังสี UVA ที่เป็นสาเหตุของความหมองคล้ำและเหี่ยวย่นแก่ก่อนวัย โดยการระบุค่า PA ถ้ามี จำนวน + มาก แสดงถึงประสิทธิภาพสูงสุดในการปกป้องผิวจากรังสี UVA เช่น PA+++ คือประสิทธิภาพสูงสุด ในการปกป้องผิวจากรังสี UVA ที่ใช้ในเครื่องสำอาง

เลือกค่า SPF เท่าไหร่จึงเหมาะ?
จากมารตฐานโดยทั่วไปแล้ว หากทากันแดดในชีวิตประจำวันแล้วล่ะก็ SPF 15 ถือว่าเพียงพอครับ ส่วนคนดำน้ำ อย่างเราๆก็ควรเพิ่มเป็นอย่างน้อยที่ SPF 30 แต่เห็นสาวๆส่วนใหญ่จะพก SPF 50 กันเสียเยอะอันนี้ก็ แล้วแต่ทุน เพราะยิ่งค่า SPF สูง ราคาก็จะยิ่งสูง และก็จะยิ่งล้างออกยาก โอกาสเกิดอาการแพ้ก็เยอะตามไปด้วย

ปริมาณในการทาครีมกันแดด?
เคยอ่านเจอในรายงานวิจัยของหมอ เขาบอกว่าค่า SPF ที่ระบุในขวดวัดจากปริมาณการทาในแต่ละส่วนที่ ค่อนข้างเยอะ คือ 2 ml ต่อพื้นที่ผิว 19 ตารางcm เอาว่าทาเราทาได้ตามนั้นจริงๆก็เหมือนอาบครีมกันแดด แล้วครับ ดังนั้นค่าการป้องกันที่เราทาๆกัน อยู่จริงๆ แล้วได้แค่ SPF 2 กว่าๆเท่านั้นเอง ปริมาณการทา ครีมกันแดดแบบได้ผลควรทาอย่างน้อย 1 อุ้งมือเต็มๆสำหรับทาทั่ตัวหรือควรทาดังนี้

ภาพจากเวบ www.archderm.ama-assn.org/issues/v138n6/ffull/dlt0602-3.htm

ครีมกันแดดแบบกันน้ำ...กันน้ำจริงหรือ?
ครีมกันแดดที่มีขายโดยทั่วไปจะเขียนว่า Water/sweat Resistant ซึ่งหมายความว่าทนทานต่อเหงื่อ และน้ำ ไม่ใช่ "กันน้ำ" อย่างที่เราคิดว่าโดนน้ำแล้วไม่หลุด (ไม่งั้นจะล้างออกได้ไงล่ะครับ) กการทาครีมกันแดดให้ได้ผล ควรทาก่อนออกแดด 20 นาที และทา่ซ้ำทุก 2 ชม. หรือบ่อยกว่านั้น ยิ่งลงดำน้ำด้วยแ้ล้วต้องรีบเช็ดหน้า แล้วทาซ้ำทันทีทุกๆ Dive 

ทาครีมกันแดดแล้วสิวขึ้น หน้าหมอง?
เพื่อนๆผมหลายคนไม่ชอบทาครีมกันแดด เพราะทาแล้วเหนียว หน้ามัน และมีสิวขึ้น นั่นเป็นเพราะ
1 คุณอาจแพ้สารกันแดดบางตัว อันนี้ควรปรึกษาหมอครับ
2. ล้างครีมกันแดดไม่หมด
งงไหม..ไหนบอกไม่กันน้ำ แต่กลับล้างไม่หมด T_T เนื่องจากครีมกันแดดจะหลุดลอกออกบางส่วนหลังเราดำน้ำ ทำให้ปริมาณค่าการกันแดดลดลง แต่สารบางตัวในครีม ไม่สามารถล้างให้หมดจดได้ด้วยสบู่ธรรมดา ดังนั้นการ ที่มีสารเหล่านี้ตกค้างอยู่บนหน้า จึงทำให้เกิดสิวอุดตันได้ (สิวที่เป็นผื่นๆ ไม่มีหัวนั่นล่ะครับ) 


การล้างครีมกันแดดให้หมดจด
การล้างครีมกันแดดให้หมดไม่ค่อยเป็นปัญหาสำหรับสาวๆ เพราะ Cleansing แบบ Oil base ทั้งหลายของพวก เธอสามารถล้างครีมกันแดดได้หมด แต่ผู้ชายอย่างเราๆคงลำบากหน่อย เพราะให้พกโฟมล้าง หน้านี่ก็ฝืนจะแย่แล้ว ต้องให้พก Cleansing อีกคงไม่ไหว แนะนำให้ซื้อพวกเจลสำหรับล้างผลิตภัณฑ์กันแดด โดยเฉพาะ มาใช้ครับ ส่วนใหญ่ยี่ห้อครีมกันแดดที่ล้างออกยากๆก็ผลิตเจ้าพวกนี้ออกมาขายคู่กัน 

สารกันแดดตัสไหนกัน UVA และ UVB ได้ครบ?
ดูง่ายๆที่หลังขวดครับ หรือถ้าเริ่มชำนาญหน่อยแนะนำให้เลือกครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของ Titanium dioxide และ zinc oxide เพราะทั้งสองตัวเป็นสารกันแดดที่มีอนุภาคใหญ่ ไม่ซึมเข้าผิว และสะท้อน UV ได้ดี สารกันแดดยังมีอีกหลายตัวครับลองดูเลย

ทีนี้เราก็สามารถเลือกซื้อครีมกันแดดได้อย่างเหมาะสม แล้วอย่าลืมทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ไปดำน้ำนะครับ ^_^