Tsunami Memorial

      เรื่องราวด้านล่าง เป็นความทรงจำเมื่อครั้งที่เราลงดำอณุสณณ์สถานสึนามิกัน เมื่อปี 2549 ซึ่งเป็นเวลา 2 ปีกว่าหลังจากที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิที่มหาสมุทรอินเดีย จุดดำน้ำจุดนี้เคยเป็นสถานที่ซึ่งพวกเราตั้งใจให้เป็นจุดรำลึกถึงผู้จากไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปความทรงจำก็ถูกลืม เนื่องจากจุดที่ตั้งอณุสรณ์สถานเป็นแนววิ่งเรือ น้ำค่อนข้างขุ่น หลายอย่างที่ติดตั้งเอาไว้ผุพัง ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีใครลงไปดำกันอยู่บ้างไหม

............................

ริบพีพี-หินม่วง/หินแดงปีนี้เราตั้งใจกันว่าจะไปดำน้ำที่อนุสรณ์สถานสึนามิ(ใต้น้ำ) หลังจากได้ยินเรื่องเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้จากครูศรันย์ผู้ที่มีส่วนร่วมกับโครงการนี้กับมือ หลังจากไปอ่านข้อมูลดีๆจาก Save Our Sea.net มาแล้วก็ยิ่งอยากไป คืนวันสุดท้ายของทริบเราจึงวนเรือกลับมาจอดหลบลมที่อ่าวต้นไทรกัน กะว่า dive เช้าวันพรุ่งนี้จะลงดำที่นี่กันเลย ตอนล่องเรือเข้ามาเราก็เห็นทุ่นสีเหลืองส่องแสงสว่างจ้า 4 อันลอยอยู่ ได้คำบอกเล่าจากครูอรุณว่านี่ล่ะ..ทุ่นปักเขตอนุสรณ์สถานใต้น้ำที่เราอยากมาดูกัน เสียดายที่ตอนเรือเข้ามามืดมาก แล้วฝนปรอยหน่อยๆด้วยเลยไม่ได้เอากล้องมาถ่ายรูปกลับมาให้ดู มาปูพื้นกันหน่อยดีกว่า
ตอนเช้าอากาศดีลงไปน้ำไม่ไหลมาก แต่ขุ่นพอดูเลยครับเนื่องจากจุดที่ตั้งของอนุสรณ์สถานใกล้กับฝั่ง และมีเรือวิ่งเข้าออกตลอดน้ำจึงมีตะกอนค่อนข้างเยอะ หรืออาจเป็นเพราะวันที่เราไปฝนเพิ่งหยุดก็ได้ครับ ใครได้ไปช่วงน้ำ ใสๆรับรองว่าสวยงามมากๆ

 

อนุสรณ์สถานสึนามิ(ใต้น้ำ) หรือที่เรียกว่า Tsunami Memorial จะประกอบไปด้วยส่วนหลักๆดังนี้
๐ อนุสรณ์สถาน: ประกอบไปด้วยแท่งหินแกรนิตสีดำ 3 แท่ง รูปร่างคล้ายปิรามิดตัดยอด ทั้ง 4 ด้านของแท่น จะประดับด้วยคำไว้อาลัยของแต่ละประเทศที่มีผู้ประสบภัยจากคลื่นสึนามิในประเทศไทยจารึกในภาษาของประเทศนั้นๆ แท่นแกรนิตที่ศูนย์กลางจารึกคำแสดงความเสียใจขแงประเทศไทย พิมพ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ให้ดีควรว่ายอ่านให้ครบนะครับ มีอันหนึ่งเป็นกลอนภาษาอังกฤษ แล้วมีแปลภาษาไทยด้านล่าง เพราะกินใจมากๆ

๐ ส่วนบ้านทรงไทย: ลงไปดูมาแล้วเป็นเรือนไม้สไตล์บ้านทางใต้ มีระเบียงสวยและบ้านมีขนาดใหญ่พอที่จะเข้า ไปว่ายเล่นกันได้เลย หน้าบ้านมีเสาธงประดับธงชาติไทย ส่วนด้านข้างจะมีตู้ไปรษณีย์วางอยู่ 1 ตู้เหมือนจะบอกให้ เราส่งข้อความไปให้บุคคลอันเป็นที่รักที่ต้องจากไป ส่วนบริเวณโครงหลังคาจะประดับป้ายไม้ขนาดเล็ก เขียนคำไว้อาลัยของผู้ที่มีโอกาสได้สนับสนุน และช่วยเหลือโครงการนี้ครับ

ส่วนเรื่องของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลต่างๆก็เริ่มทะยอยย้ายบ้านเข้ามาอยู่กันแล้วครับ เราเจอปลาสิงโตไม่ต่ำกว่า 5 ตัว แถมเจอลูกมันตัวใสปิ๊งสวยเชียวอีก 1 ตัว ปลาเล็กไม่ต้องพูดถึงมีเป็นฝูง ข้ามาหลบผู้ล่าอยู่ที่นี่ เจอปลาหมอทะเลขนาดประมาณ 50 CM อีก 2 ตัวแอบอยู่ใต้บ้าน ต้องมุดหน่อยถึงจะเห็น พวกทากต่างๆมีคนเจอบ้างครับ แต่ต้องหาและตาดีจริงๆ เพราะเราจะไปสนใจกับอย่างอื่นซะมากกว่า คาดว่าอีกหน่อยที่นี่น่าจะเป็นจุดดำน้ำที่น่าสนใจอีก 1 จุดครับ



ความหมายที่แฝงอยู่
ส่วนต่างๆของอนุสรณ์สถาน รวมถึงระยะและการจัดวางส่วนต่างๆก็ล้วนมีความหมาย และเป็นเจตนา ของผู้ออก แบบดังนี้ครับ

แท่นหินแกรนิตทั้ง 3 แท่ง ที่เรียงตัวกันเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่าจะเป็นตัวแทนของดิน, น้ำ และอากาศ เหมือนกับส่วนประกอบในโลกของเราที่ประกอบขึ้นด้วยพื้นดิน, น้ำและอากาศ การเรียงตัวเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่าหมายถึงความสมดุลระหว่างดิน, น้ำ และอากาศ ซึ่งต่างมีระบบนิเวศน์ที่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

แท่นหินตรงกลาง เปรียบถึงมนุษย์ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางของโลกใบนี้ อาศัยอยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมของ ดิน น้ำ และอากาศ มนุษย์เป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลาย หากมนุษย์ทำลายความสมดุล ทำลายความเป็นธรรมชาติและระบบนิเวศน์ของ ดิน น้ำ และอากาศ แล้ว ก็จะทำให้เกิดภัยธรรมชาติย้อนกลับมาทำลายมนุษย์นี่เอง

บ้านทรงไทย
 เปรียบเหมือนสถานที่ที่มีความสุขที่สุดของมนุษย์ ดังนั้นการสร้างบ้านเอาไว้ที่อนุสรณ์สถานแห่งนี้ ก็เพื่อให้เป็นที่พักผ่อนอันเป็นนิรันดร์ของดวงวิญญาณทุกดวงที่สูญเสียในเหตุการณ์สึนามิครั้งนี้ และเหตุที่เป็นบ้านทรงไทยก็เพื่อแสดงถึงสัญลักษณ์และเอกลักษณ์ของความเป็นไทยครับ

ป้ายหน้าบ้านทรงไทย
---

กรงนกที่เปิดเอาไว้..ให้บินออกไป
สู่อิสรภาพชั่วนิรันดร์

ธงชาติปลิวไสวตามสายน้ำ

ป้ายจารึกตรงกลาง

ส่งความคิดถึง..ให้ถึงกัน

ป้ายแขวนอยู่ตามโครงหลังคา

   

หวังว่านักดำน้ำที่มีโอกาสไปดำน้ำเส้นทางอันดามันใต้ จะไม่ลืมว่ายังมีจุดดำน้ำจุดนี้อยู่ครับ